ระบบติดตามและประเมินผลโครงการ ( M&E Thailand )

โครงการประเมินผล การจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์

รายงานฉบับสมบูรณ์


“ โครงการประเมินผล การจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ”

ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

หัวหน้าโครงการ
ดร.ดุริยางค์ วาสนา ดร.พิเชตวุฒิ นิลละออ

ชื่อโครงการ โครงการประเมินผล การจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่อยู่ ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัด สุราษฎร์ธานี

รหัสโครงการ 61-ข-110 เลขที่ข้อตกลง

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถึง 31 ธันวาคม 2561


กิตติกรรมประกาศ

"โครงการประเมินผล การจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

คณะทำงานโครงการ
โครงการประเมินผล การจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี



บทคัดย่อ

การประเมินผลโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นเพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด อำเภอบ้านนาสาร จังหวัด  สุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ โดยใช้กรอบการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ประกอบด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอน คือ การกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมโดยสาธารณะ การกำหนดขอบเขตการศึกษาโดยสาธารณะ การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และการทบทวนร่างรายงานผลการศึกษาโดยสาธารณะ เน้นผลกระทบจากโครงการที่เกิดขึ้นกับปัจจัยกำหนดสุขภาพ ประกอบด้วย ปัจเจกบุคคล สภาพแวดล้อม และกลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบโครงการ ทีมพี่เลี้ยงโครงการ ตัวแทนกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ตัวแทนผู้ขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ และตัวแทนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการประเมิน พบว่า การดำเนินโครงการมีความสอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ โดยการดำเนินงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก คือ 1) การสร้างทีมพี่เลี้ยงที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ เพื่อเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานและสื่อสารไปยังกลุ่มองค์ชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ตามเขตรับผิดชอบที่แบ่งออกเป็น 4 โซนตามลักษณะภูมิศาสตร์ 2) การพัฒนาศักยภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ สามารถจำแนกกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความพร้อม พบว่า ประธาน คณะกรรมการ และเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ มีความเข้าใจในบทบาทและเงื่อนไขในการดำเนินงาน ส่งผลให้มีการสมทบงบประมาณเพิ่มเติมในสัดส่วนที่สูงขึ้น มีการจัดทำแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน และมีคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการและติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มที่ต้องพัฒนา พบว่า ประธาน คณะกรรมการ และเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ยังไม่มีความเข้าใจในบทบาทและเงื่อนไขในการดำเนินงาน ตลอดจนขาดความรู้และทักษะในการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ จึงส่งผลให้มีการอนุมัติโครงการที่ล่าช้าและไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ 3) การพัฒนาโครงการ มีโครงการที่ขอสนับสนุนงบประมาณเข้ามาแต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ และยังไม่มีการผลักดันเข้าสู่ระดับจังหวัดมีเพียงการผลักดันเข้าสู่ระดับอำเภอเท่านั้น ส่วนฐานข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นการบูรณาการการใช้งานระบบฐานข้อมูลเท่านั้น และ 4) การติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ พบว่า มีระบบติดตามประเมินผลส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนพี่เลี้ยงสามารถติดตามโครงการได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีปัญหา คือ ไม่มีการบันทึกข้อมูลลงในระบบติดตามประเมินผล ส่งผลให้ข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนพี่เลี้ยงได้รับทราบผ่านทางระบบติดตามประเมินผลไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง สำหรับผลกระทบต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคม พบว่า กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อปัจเจกบุคคล ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง การพัฒนาศักยภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ และการพัฒนาโครงการ กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง และการติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ และกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อกลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง การพัฒนาโครงการ และการติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์

หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"


สารบัญ

กิตติกรรมประกาศ»
บทคัดย่อ»
   ความเป็นมา/หลักการเหตุผล»
   วัตถุประสงค์โครงการ»
   กิจกรรม/การดำเนินงาน»
   กลุ่มเป้าหมาย»
   ผลลัพธ์ที่ได้»
   การประเมินผล»
   ปัญหาและอุปสรรค»
   ข้อเสนอแนะ»
   เอกสารประกอบอื่นๆ»

ความเป็นมา/หลักการเหตุผล

สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1) สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.ม.อ.) จัดทำโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น เพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด เพื่อพัฒนากลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น เพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด ในเขตบริการสุขภาพทั้ง 12 เขต โดยคาดหวังว่าจะเกิดผลลัพธ์จากการดำเนินงาน คือ มีจำนวนการขอทุนจากแหล่งทุนต่างๆ โดยเฉพาะจากกองทุนสุขภาพระดับตำบล เพื่อดำเนินโครงการด้านปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพที่มาจากสุรา ยาสูบและยาเสพติดในชุมชนเพิ่มขึ้น พัฒนารูปแบบการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และสารเสพติดที่ผ่านกลไกระดับท้องถิ่น คือกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น เกิดองค์ความรู้และการสร้างความตระหนักที่ทำให้เกิดความมุ่งมั่นร่วมกันของชุมชน มาตรการทางสังคม หรือกติกาชุมชน (community commitment) ต่อการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และสารเสพติด ที่นำไปสู่การขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น หรือนวัตกรรมการดำเนินงาน สร้างระบบฐานข้อมูล สถานการณ์และการเฝ้าระวังด้านปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น อันเป็นกลไกในระดับท้องถิ่นในการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ บนพื้นฐานการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชื่อมประสานระหว่างสถาบันวิชาการ หน่วยงานในพื้นที่ ภาคประชาสังคม และชุมชน โดยมีกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน คือ การพัฒนาขีดความสามารถของกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพในระดับจังหวัดและระดับตำบล และเพิ่มจำนวนนักขับเคลื่อนจิตอาสาที่สามารถพัฒนาแผนงาน หรือ โครงการสำหรับการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากปัญหาสุรา ยาสูบและยาเสพติด โดยมีผลลัพธ์ที่สำคัญ คือ ได้รูปแบบการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และสารเสพติด การผลิตองค์ความรู้ การเกิดนวัตกรรม การมีมาตรการควบคุม/ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และการสร้างนโยบายสาธารณะต่อไป สำหรับโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นเพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโครงการนำร่องในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและเป็นหนึ่งในโครงการใหญ่ทั้ง 12 เขตบริการสุขภาพ ดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ดังนั้น เมื่อการดำเนินการได้เสร็จสิ้นลงตามระยะเวลาที่กำหนด จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการประเมินผลการดำเนินโครงการ โดยผู้ประเมินได้เลือกประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) อันเกิดจากการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่เหมาะสมและสามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นต่อไป

สถานการณ์

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการการจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

กิจกรรม/การดำเนินงาน

  1. สัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้นโครงการ
  2. ประชุมวางแผนประเมินฯ
  3. ประชุมวางแผนประเมินฯ 21-02-2562
  4. สัมภาษณ์ข้อมูล 08-03-2562
  5. ลงพื้นที่ประเมินโครงการ 10-03-2562 ถึง 15-04-2562
  6. สรุปผลการประเมิน

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
ปฐมวัย (0-5 ปี)
วัยเรียน (6-12 ปี)
วัยรุ่น (13-15 ปี)
เยาวชน (15-20 ปี)
วัยทำงาน
ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
ผู้พิการ
ผู้หญิง
มุสลิม
พระภิกษุ
ชาติพันธุ์
ผู้ต้องขัง
หลากหลายทางเพศ (LGBTIQ)
กลุ่มด้อยโอกาส (คนไร้บ้าน, เด็กเร่ร่อน, เด็กกำพร้า, เด็กในสถานพินิจ ฯลฯ)
แรงงานข้ามชาติ
อื่น ๆ
ตัวแทนกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น 17
ตัวแทนองค์กรชุมชน 17
ทีมพี่เลี้ยงโครงการ 6

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

มีรูปแบบการดำเนินการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพทั้ง 4 มิติ คือ ทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา โดยมีกลไกสนับสนุนการดำเนินงานผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)


ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

1. ประชุมวางแผนประเมินฯ

วันที่ 5 ธันวาคม 2561

กิจกรรมที่ทำ

ประชุมวางแผนประเมินฯ

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

แผนการประเมินฯ

  • photo

 

2 0

2. สัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้นโครงการ 12-13 ธันวาคม 2562

วันที่ 12 ธันวาคม 2561

กิจกรรมที่ทำ

สัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้นโครงการ

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ข้อมูลเบื้องต้นโครงการ

  • photo
  • photo
  • photo

 

4 0

3. ประชุมวางแผนประเมินฯ 21-02-2562

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

กิจกรรมที่ทำ

ประชุมวางแผนประเมินฯ

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

แผนการประเมินและแนวทางการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • photo
  • photo
  • photo

 

2 0

4. สัมภาษณ์ข้อมูล 08-03-2562

วันที่ 8 มีนาคม 2562

กิจกรรมที่ทำ

สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการตามกรอบการประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากการดำเนินโครงการ ประกอบด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอน คือ การกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมโดยสาธารณะ (public screening) การกำหนดขอบเขตการศึกษาโดยสาธารณะ (public scoping) การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (public  assessing)

 

10 0

5. ลงพื้นที่ประเมินโครงการ 10-03-2562 ถึง 12-04-2562

วันที่ 10 มีนาคม 2562

กิจกรรมที่ทำ

สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ จำนวน 3 วัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการตามกรอบการประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากการดำเนินโครงการ ประกอบด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอน คือ การกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมโดยสาธารณะ (public screening) การกำหนดขอบเขตการศึกษาโดยสาธารณะ (public scoping) การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (public  assessing)

  • photo

 

40 0

6. สรุปผลการประเมิน 18-05-2562

วันที่ 18 พฤษภาคม 2562

กิจกรรมที่ทำ

สรุปผลการประเมิน จัดทำเอกสารรายงาน 18-05-2562

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

สรุปผลการประเมิน จัดทำเอกสารรายงานเพื่อส่งให้ สจรส.ม.อ.

  • photo

 

2 0

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

การประเมินผลโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ ดำเนินการประเมินด้วยการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) โดยใช้กระบวนการ 4 ขั้นตอน คือ การกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมโดยสาธารณะ (public screening) การกำหนดขอบเขตการศึกษาโดยสาธารณะ (public scoping) การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (public assessing) และการทบทวนร่างรายงานผลการศึกษาโดยสาธารณะ (public review) ซึ่งในขั้นตอนการกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมโดยสาธารณะ (public screening) พบว่า การดำเนินโครงการมีความสอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ที่มุ่งสนับสนุนให้กลุ่มหรือองค์กรชุมชนสามารถดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพหรือป้องกันโรคให้แก่สมาชิกหรือประชาชนในพื้นที่ (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, 2557) และสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ระหว่างปีงบประมาณ 2561-2563 คือ แผนควบคุมยาสูบ และแผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2561) นอกจากนี้ การดำเนินโครงการของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ยังส่งผลให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาและการดำเนินงานเกี่ยวกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น (สอดคล้องกับการศึกษาของ สุริยะ วงศ์คงคาเทพ และคณะ, 2553) ทั้งนี้ การดำเนินงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ดังนี้ 6.1 การสร้างทีมพี่เลี้ยง เป็นการดำเนินงานในรูปแบบเดียวกับการติดตามประเมินผลโครงการพัฒนาสุขภาวะชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมีพี่เลี้ยงเป็นที่ปรึกษาและดูแลในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ (สอดคล้องกับการศึกษาของ ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์, 2557) ดำเนินการโดยการคัดเลือกจากคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ และมีทักษะในการเป็นพี่เลี้ยง โดยคำนึงถึงสมรรถนะของตัวบุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการบริหารงานจริง ตลอดจนมีความรู้เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับของกองทุนมาปฏิบัติหน้าที่ (สอดคล้องกับการศึกษาของ มัณฑนา อินทรสุภา และวิภวานี เผือกบัวขาว, 2560) และมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเป็นพี่เลี้ยงดูแลในภาพรวม ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในการสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ได้เป็นอย่างดี เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะประเด็นความครอบคลุมของการนิเทศงานและโอกาสในการเข้าถึง (สอดคล้องกับการศึกษาของ สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ และคณะ, 2554) และก่อนการดำเนินงานของทีมพี่เลี้ยงจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้กับทีมพี่เลี้ยง เพื่อปรับทัศนคติและความเข้าใจในการดำเนินโครงการให้ตรงกัน โดยมีทีมงานวิทยากรจากสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.ม.อ.) เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพ (สอดคล้องกับการศึกษาของ ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์, 2557)
บทบาทของทีมพี่เลี้ยงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้การดำเนินโครงการประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะการร่วมจัดทำแผนกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ซึ่งจะต้องดำเนินการกำหนดเป้าหมาย นโยบาย และแผนงานในการดำเนินงานอย่างชัดเจน (สอดคล้องกับการศึกษาของ มัณฑนา อินทรสุภา และวิภวานี เผือกบัวขาว, 2560) และการเข้าร่วมประชุมในเวทีต่างๆ ถือเป็นการสื่อสารข้อมูลออกสู่ภายนอกไปสู่กลุ่มองค์กรและประชาชน โดยเฉพาะการสื่อสารในกลุ่ม อสม.จะสามารถกระจายข่าวได้คลอบคลุมทุกพื้นที่และรวดเร็ว (สอดคล้องกับการศึกษาของ ธีระศักดิ์ กิตติคุณ, 2556) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจกับกลุ่มองค์กรและประชาชนถึงแนวทางและขั้นตอนการจัดทำโครงการ เสนอโครงการ รายงานผลโครงการให้เข้าใจถูกต้องชัดเจน (สอดคล้องกับการศึกษาของ มัณฑนา อินทรสุภา และวิภวานี เผือกบัวขาว, 2560) ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนโครงการได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ หน้าที่สำคัญของทีมพี่เลี้ยง คือ การเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาโครงการ การเขียนโครงการ วิเคราะห์ข้อมูลสภาพชุมชน เนื่องจาก องค์กรชุมชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนโครงการที่ถูกต้อง จนทำให้มีการแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำอีก และอาจจะส่งผลให้องค์กรชุมชนเกิดความท้อถอยที่จะดำเนินโครงการต่อ รูปแบบการหนุนเสริมของทีมพี่เลี้ยงมีการแบ่งโซนตามลักษณะภูมิศาสตร์ ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือองค์กรชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะทีมพี่เลี้ยงที่มาจากการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ที่มาโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สอดคล้องกับการศึกษาของ ธีระศักดิ์ กิตติคุณ, 2556) ซึ่งมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับองค์กรชุมชนในพื้นที่อยู่แล้ว 6.2 การพัฒนาศักยภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ สามารถจำแนกกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความพร้อม และกลุ่มที่ต้องพัฒนา โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานตามโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ พบว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพฯ กลุ่มที่มีความพร้อม ประธาน คณะกรรมการ และเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ มีความเข้าใจในบทบาทและเงื่อนไขในการดำเนินงาน ส่งผลให้มีการสมทบงบประมาณเพิ่มเติมในสัดส่วนที่สูงขึ้น มีการจัดทำแผนการดำเนินงานของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ที่มีเป้าหมาย นโยบาย และแผนงานในการดำเนินงานอย่างชัดเจน (สอดคล้องกับการศึกษาของ มัณฑนา อินทรสุภา และวิภวานี เผือกบัวขาว, 2560) มีคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการและติดตามโครงการ (สอดคล้องกับการศึกษาของ ธีระศักดิ์ กิตติคุณ, 2556) ตลอดจนทำหน้าที่เป็นผู้กลั่นกรองโครงการเพื่อปรับแก้ให้โครงการมีความสมบูรณ์ ก่อนนำเข้าคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ พิจารณาอนุมัติ โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงด้านงานสาธารณสุขจะช่วยให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น (สอดคล้องกับการศึกษาของ มัณฑนา อินทรสุภา และวิภวานี เผือกบัวขาว, 2560) นอกจากนี้ การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเฉพาะกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ยังสามารถทำให้การดำเนินงานของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สำหรับกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ กลุ่มที่ต้องพัฒนา พบว่า ประธาน คณะกรรมการ และเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ยังไม่มีความเข้าใจในบทบาทและเงื่อนไขในการดำเนินงาน ตลอดจนขาดความรู้และทักษะในการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ (สอดคล้องกับการศึกษาของ ธีระศักดิ์ กิตติคุณ, 2556) จึงส่งผลให้มีการอนุมัติโครงการที่ล่าช้าและไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณภายใต้ระเบียบทางการเงินที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ กลุ่มที่ต้องพัฒนายังไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพโดยใช้เงินงบประมาณประเภทที่ 4
6.3 การพัฒนาโครงการ หลังจากดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ พบว่า มีโครงการที่ขอสนับสนุนงบประมาณเข้ามาในปีงบประมาณ 2562 จำนวน 8 โครงการ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ เนื่องจาก โครงการที่เสนอเข้ามายังมีความคล้ายคลึงกับโครงการเดิมที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดำเนินการอยู่ (สอดคล้องกับการศึกษาของ สุริยะ วงศ์คงคาเทพ และคณะ, 2553) สำหรับนโยบายและตัวชี้วัดการดำเนินงานระดับจังหวัด พบว่า ยังไม่มีการผลักดันเข้าสู่ระดับจังหวัด มีเพียงการผลักดันเข้าสู่ระดับอำเภอเท่านั้น เนื่องจาก การดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของอำเภอบ้านนาสารอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการกระจายลงไปสู่การดำเนินงานไปสู่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอและระดับตำบลต่อไปด้วย
ฐานข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงาน พบว่า มีฐานข้อมูลเฉพาะผู้สูบบุหรี่เท่านั้น โดยใช้ฐานข้อมูลของโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ซึ่งฐานข้อมูลดังกล่าวก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ เป็นเพียงการบูรณาการการใช้งานระบบฐานข้อมูลเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการระบบบริการคลินิกอดบุหรี่ขึ้นในโรงพยาบาลบ้านนาสาร และขยายไปยังพื้นที่โดยแบ่งเป็น 4 โซนตามลักษณะภูมิประเทศ โดยแต่ละโซนจะมีพยาบาลวิชาชีพเป็นที่ปรึกษาในการเลิกบุหรี่ 6.4 การติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ การมีระบบติดตามประเมินผลร่วมกันระหว่างคณะกรรมการติดตามประเมินผลของโครงการ และสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.ม.อ.) ส่งผลดีทำให้ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนพี่เลี้ยงสามารถติดตามโครงการได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ภายในระบบมีการระบุช่วงเวลาการทำกิจกรรมโครงการอย่างชัดเจน (สอดคล้องกับการศึกษาของ ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์, 2557) แต่ปัญหาในการใช้ระบบติดตามประเมินผลอยู่ที่ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวคือ เมื่อมีการดำเนินโครงการไปแล้ว ผู้รับผิดชอบโครงการไม่มีการบันทึกข้อมูลลงในระบบติดตามประเมินผล ส่งผลให้ข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนพี่เลี้ยงได้รับทราบผ่านทางระบบติดตามประเมินผลไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนางานในอนาคตอีกด้วย เนื่องจาก เมื่อไม่มีการบันทึกข้อมูลจึงทำให้มองเห็นว่า ยังมีงบประมาณค้างท่ออยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงมีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการไปเกือบหมดแล้ว

6.5 ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประเด็นหลักที่มีความต้องการพัฒนา คือ การพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานและเงื่อนไขการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ซึ่งสามารถทำได้หลายช่องทาง โดยเฉพาะการอบรมคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่กองทุนหลักประกันสุขภาพฯ โดยหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกองทุนก็เป็นช่องทางที่สามารถช่วยพัฒนาความรู้และเพิ่มประสบการณ์ใหม่ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการกองทุนของตนเอง (สอดคล้องกับการศึกษาของ อนงค์ แสนสุวรรณ, 2555; มัณฑนา อินทรสุภา และวิภวานี เผือกบัวขาว, 2560) และเป็นสิ่งสำคัญต่อการเรียนรู้และพัฒนาอย่างก้าวกระโดด (สอดคล้องกับการศึกษาของ สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ และคณะ, 2554) ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีความต้องการให้ออกระเบียบกลางที่สามารถบังคับใช้ได้ทุกองค์การที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องยึดระเบียบเฉพาะองค์กรเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน เนื่องจาก ปัจจุบันมีระเบียบที่เกี่ยวข้องและต้องถือปฏิบัติอย่างน้อย 3 ระเบียบ คือ ระเบียบกระทรวงการคลัง ระเบียนเงินบำรุงสถานพยาบาล และระเบียบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในขั้นตอนการปฏิบัติก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนและยุ่งยากในการปฏิบัติเป็นอย่างมาก 6.6 ผลกระทบต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคม (SDH) ซึ่งประกอบด้วย ปัจเจกบุคคล สิ่งแวดล้อม กลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข พบว่า
กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อปัจเจกบุคคล ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง การพัฒนาศักยภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ และการพัฒนาโครงการ เนื่องจาก ในกิจกรรมข้างต้นจะต้องมีการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับการดำเนินงานและเงื่อนไขการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาระดับปัจเจกบุคคล กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง และการติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ เนื่องจาก ในกิจกรรมข้างต้นก่อให้เกิดการดูแลและเป็นที่ปรึกษา และมีการติดตามประเมินผลซึ่งมีส่วนช่วยให้การดำเนินงานเกิดความคล่องตัวและสะดวกในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อกลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง การพัฒนาโครงการ และการติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ เนื่องจาก ในกิจกรรมข้างต้นเป็นการสร้างระบบเพื่อเอื้อต่อการดำเนินงาน เช่น ระบบทีมพี่เลี้ยงเพื่อเอื้อต่อการเป็นที่ปรึกษา ระบบช่วยพัฒนาโครงการโดยมีทีมพี่เลี้ยงคอยดูแลตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ และระบบการติดตามประเมินผลโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อกลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข

ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการการจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตัวชี้วัด : ผลการประเมินผลกระทบทางสุขภาพโครงการการพัฒนาศักยภาพฯ - รูปแบบการขับเคลื่อนโครงการ - ผลการประเมินโครงการ - ผลกระทบต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพ
0.00

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 40 40
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
ปฐมวัย (0-5 ปี) -
วัยเรียน (6-12 ปี) -
วัยรุ่น (13-15 ปี) -
เยาวชน (15-20 ปี) -
วัยทำงาน -
ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) -
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
ผู้พิการ -
ผู้หญิง -
มุสลิม -
พระภิกษุ -
ชาติพันธุ์ -
ผู้ต้องขัง -
หลากหลายทางเพศ (LGBTIQ) -
กลุ่มด้อยโอกาส (คนไร้บ้าน, เด็กเร่ร่อน, เด็กกำพร้า, เด็กในสถานพินิจ ฯลฯ) -
แรงงานข้ามชาติ -
อื่น ๆ -
ตัวแทนกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น 17 17
ตัวแทนองค์กรชุมชน 17 17
ทีมพี่เลี้ยงโครงการ 6 6

บทคัดย่อ*

การประเมินผลโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นเพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด อำเภอบ้านนาสาร จังหวัด  สุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ โดยใช้กรอบการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ประกอบด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอน คือ การกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมโดยสาธารณะ การกำหนดขอบเขตการศึกษาโดยสาธารณะ การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และการทบทวนร่างรายงานผลการศึกษาโดยสาธารณะ เน้นผลกระทบจากโครงการที่เกิดขึ้นกับปัจจัยกำหนดสุขภาพ ประกอบด้วย ปัจเจกบุคคล สภาพแวดล้อม และกลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบโครงการ ทีมพี่เลี้ยงโครงการ ตัวแทนกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ตัวแทนผู้ขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ และตัวแทนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการประเมิน พบว่า การดำเนินโครงการมีความสอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ โดยการดำเนินงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก คือ 1) การสร้างทีมพี่เลี้ยงที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ เพื่อเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานและสื่อสารไปยังกลุ่มองค์ชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ตามเขตรับผิดชอบที่แบ่งออกเป็น 4 โซนตามลักษณะภูมิศาสตร์ 2) การพัฒนาศักยภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ สามารถจำแนกกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความพร้อม พบว่า ประธาน คณะกรรมการ และเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ มีความเข้าใจในบทบาทและเงื่อนไขในการดำเนินงาน ส่งผลให้มีการสมทบงบประมาณเพิ่มเติมในสัดส่วนที่สูงขึ้น มีการจัดทำแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน และมีคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการและติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มที่ต้องพัฒนา พบว่า ประธาน คณะกรรมการ และเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ยังไม่มีความเข้าใจในบทบาทและเงื่อนไขในการดำเนินงาน ตลอดจนขาดความรู้และทักษะในการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ จึงส่งผลให้มีการอนุมัติโครงการที่ล่าช้าและไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ 3) การพัฒนาโครงการ มีโครงการที่ขอสนับสนุนงบประมาณเข้ามาแต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนฯ และยังไม่มีการผลักดันเข้าสู่ระดับจังหวัดมีเพียงการผลักดันเข้าสู่ระดับอำเภอเท่านั้น ส่วนฐานข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นการบูรณาการการใช้งานระบบฐานข้อมูลเท่านั้น และ 4) การติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ พบว่า มีระบบติดตามประเมินผลส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนพี่เลี้ยงสามารถติดตามโครงการได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีปัญหา คือ ไม่มีการบันทึกข้อมูลลงในระบบติดตามประเมินผล ส่งผลให้ข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนพี่เลี้ยงได้รับทราบผ่านทางระบบติดตามประเมินผลไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง สำหรับผลกระทบต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคม พบว่า กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อปัจเจกบุคคล ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง การพัฒนาศักยภาพกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ และการพัฒนาโครงการ กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง และการติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์ และกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อกลไกหรือระบบบริการสาธารณสุข ประกอบด้วย การสร้างทีมพี่เลี้ยง การพัฒนาโครงการ และการติดตามประเมินผลโดยการลงพื้นที่และรายงานผลผ่านเว็บไซต์

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

ปัญหาและอุปสรรคสาเหตุข้อเสนอแนะ

 

 

 


ส่วนที่ 3 ประเมินคุณค่าโครงการ

โครงการประเมินผล การจัดการปัจจัยเสี่ยง อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัด สุราษฎร์ธานี

รหัสโครงการ 61-ข-110

ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

................................
( ดร.ดุริยางค์ วาสนา ดร.พิเชตวุฒิ นิลละออ )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......

ไปบนสุด